ตร.จ่อคิวจับทาสแม้ว “ชูชีพ” หมิ่นเบื้องสูง!

กรกฎาคม 30, 2008 at 5:26 pm (การเมือง, อาชญากรรม) (, , )

น.1 เผย บช.น.เดินเครื่องถอดเทปเส้นเสียงคำพูด “ชูชีพ ชีวสุทธิ์” พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญจาก สตช.-สนง.นิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบหลักฐาน เพื่อเสนอศาลอนุมัติหมายจับต่อไป ย้ำหลักฐานทั้งหมดจะมัดตัวคนจาบจ้วงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพดำเนินคดีผู้ต้องหา ทุกคนได้แน่

วันนี้(30 ก.ค.)พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวถึงการออกหมายจับนายชูชีพ ชีวสุทธิ์ ประธานชมรมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า คณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กำลังรวบรวมพยานหลักฐานรายละเอียดพฤติการณ์ กรณีที่มีการกล่าวพาดพิงก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง ในรายการวิทยุชุมชนเวทีทวงคืนประชาธิปไตย เพื่อเตรียมขออนุมัติหมายจับบุคคลที่พูด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างส่งเทปคำพูดให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบคลื่นเสียงว่า เป็นเสียงของนายชูชีพ จริงหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3-4 วันคงรู้ผลยืนยันชัดเจน เมื่อได้หลักฐานในส่วนนี้เมื่อไหร่จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลใน ทันที

“ตำรวจจะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกคน ทุกรายไปไม่มีละเว้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมการออกหมายจับผู้ต้องหา รายอื่นๆต่อไปโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ มีการออกหมายจับทั้งนั้นทุกกรณีทุกคนเราดำเนินการหมดตามขั้นตอนกฎหมายโดยไม่ ต้องมีการออกหมายเรียกก่อน เนื่องจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นเป็นคดีที่มีโทษเกิน 3 ปีขึ้นไปฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีการออกหมายเรียกสามารถออกหมายจับได้ทันที เพราะเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีใครมาแจ้งความ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่คนไทยทุกคนเคารพบูชา “ผบช.น.กล่าว

ด้าน แหล่งข่าวจากคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นฯ หรือ บอร์ด บช.น.ซึ่งมี พล.ต.ท.อัศวิน เป็นประธาน กล่าวว่า คณะทำงานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี พร้อมสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานทั้งภาพและเสียง ประกอบสำนวนคดีเพื่อเตรียมออกหมายจับผู้ต้อหาที่กระทำความผิดข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพิ่มเติมอีก 1- 2 รายในเร็วๆนี้ โดยหนึ่งในนั้นมีนายชูชีพ ชีวิสุทธิ์ ประธานชมรมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วย ที่ปราศรัยพาดพิงก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายหลังคณะทำงานบอร์ด บช.น.ได้ออกหมายจับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และนางสาวดารณี เชิงชาญศิลปะกุล แกนนำกลุ่มสภาประชาชนสนามหลวงไปก่อนหน้านี้

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะทำงานสืบสวนได้สืบสวนรวบรวมเบาะแสข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดของนาย ชูชีพ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลักฐานภาพและเทปบันทึกเสียงคำพูดของนายชูชีพ ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณท้องสนามหลวง หลายครั้งที่ผ่านมามีถ้อยคำหมิ่นพระบรมเดาชานุภาพ รวมถึงการพูดออกอากาศผ่านทางรายการวิทยุชุมชน

Website Screen Shot

Website Screen Shot

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

กสิกรไทยฟ้องล้มละลายแกนนำ นปก.’วีระ มุสิกพงศ์’ถูกประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

กรกฎาคม 30, 2008 at 3:54 pm (การเมือง) (, )

ประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด’วีระ มุสิกพงศ์’ พิธีกรรายการ’ความจริงวันนี้’ทางเอ็นบีที อดีตแกนนำ นปก. ถูกธนาคารกสิกรไทยฟ้องล้มละลาย เผยถ้าประนอมหนี้กันไม่ได้ ต้องส่งให้ศาลมีคำสั่งล้มละลาย

ผู้สื่อข่าว’มติชนออนไลน์’รายงานว่า ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายวีระ มุสิกพงศ์ พีธีกรรายการ’ความจริงวันนี้’ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หรือเอ็นบีที อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คดีหมายเลขแดงที่ ล. 4464/2551ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 29   กรกฎาคม 2551  มีรายละเอียดดังนี้

ด้วย บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นายวีระ มุสิกพงศ์ ลูกหนี้ เด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พุทธศักราช 2483  แล้ว

ลูกหนี้เลขประจำตัวประชาชน 3-9399-00019-22-5 ไม่ปรากฏอาชีพแน่ชัด มีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 39/194 ซอยวิภาวดีรังสิต84 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

เพราะฉะนั้น นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจ ตามมาตรา22 แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ดังต่อไปนี้

(1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป

(2) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับ จากผู้อื่น

(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเรื่องนี้ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักงานบังคับคดีซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งนี้

แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายกำหนดเวลาให้อีกไม่เกิน 2 เดือน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหนี้ขอยื่นรับชำระหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อประนีประนอมยอมความกับ ลูกหนี้ที่ถุกพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานต่อศาลล้มละลายให้มีคำสั่งให้ลูกหนี้ล้ม ละลาย

Website Screen Shot

ที่มา: มติชนออนไลน์

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง ‘ทักษิณ’ คดีปล่อยกู้พม่า 4 พันล้าน นัดสืบพยาน 16 ก.ย.

กรกฎาคม 30, 2008 at 10:41 am (การเมือง) (, )

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดที่ อม. 3/2551 ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่กระทำผิด กรณีเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย ทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 กรณีเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้รัฐบาลพม่า วงเงิน 4,000 ล้านบาทในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ จากบริษัทชินแซทเทิลไลท์ บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร โดยให้นับโทษ ต่อจากคดีทุจริตซื้อ-ขายที่ดินรัชดาภิเษก คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ของศาล

อย่างไรก็ตาม ในการไต่สวนและสืบพยานคดีดังกล่าวนั้น ศาลอนุญาต ให้คณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแทน คตส. ซึ่งหมดวาระไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ต่อไป โดยนัดพิจารณาสืบพยานครั้งแรกในวันที่ 16  ก.ย. เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ หลังจากศาลฯ มีคำสั่งรับฟ้องในคดีดังกล่าวนี้แล้ว ก็จะถือว่าเป็นคดีที่ 3 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากเป็นจำเลยในคดีที่ดินรัชดา และคดีหวยบนดิน

ที่มา: มติชนออนไลน์

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น