ม็อบอุดรเดือดปะทะพันธมิตรน้องรมช.เกษตรนำเอง
พันธมิตรอุดรฯ เจ็บหนัก น้องชาย รมช.เกษตรฯและดีเจดัง “ขวัญชัย ไพรพนา” นำม็อบกว่า 700 คนบุกรุมตี เผารื้อทำลายเวทีพันธมิตร บาดเจ็บนับสิบราย เหยื่อเผยนาทีชีวิตต้องแกล้งตายจึงรอด โวยตร.ยืนดูเฉย ด้าน จ.บุรีรัมย์เดือดไม่แพ้กัน กลุ่มต้านพันธมิตรบุกรื้อเวที-ทำร้าย ตร.โดนรวบ 13 คน “สนธิ” แฉ ตร.ยื่นเงื่อนไขให้ประกันตัวแลกยุติม็อบ
เหตุการณ์ ปะทะระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดอุดรธานี กับกลุ่มต่อต้านพันธมิตร เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 กรกฏาคม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย
กลุ่มพันธมิตรอุดรฯ ได้เปิดเวทีปราศรัยขึ้นภายในสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี ในขณะที่กลุ่มต่อต้านพันธมิตร ในนาม “ชมรมคนรักอุดร” ได้ใช้สถานีวิทยุชุมชนคลื่นคนรักอุดร เอฟเอ็ม 97.5 เมกกะเฮิร์ต ปลุกระดมตั้งแต่ช่วงเช้า นัดหมายรวมตัวที่สนามทุ่งศรีเมือง ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี พร้อมกับประกาศให้ตำรวจรู้ล่วงหน้าว่า จะบุกเวทีพันธมิตรเวลา 15.00 น.
กระทั่ง เวลา 15.30 น.กลุ่มชมรมคนรักอุดร นำโดยนายอุทัย แสนแก้ว น้องชายนายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายขวัญชัย ไพรพนา ดีเจชื่อดังในจังหวัดอุดรธานี ในฐานะประธานชมรมคนรักอุดร ได้ใช้รถกระบะติดเครื่องขยายเสียง นำกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 700 คน เดินเท้าจากเวทีสนามทุ่งศรีเมือง มายังเวทีของกลุ่มพันธมิตร โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร 200 นาย กำลังตำรวจตระเวนชายแดน 150 นาย และเจ้าหน้าที่ อส.กว่า 100 นาย พยายามปิดกั้นไม่ให้เข้าไปภายในพื้นที่จัดกิจกรรมของกลุ่มพันธมิตร ทำให้กลุ่มชมรมคนรักอุดรไม่พอใจที่ถูกสกัด จึงใช้หนังสติ๊กที่เตรียมมา ยิงข้ามไปยังฝั่งพันธมิตร
อย่างไรก็ตามได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ กลุ่มชมรมคนรักอุดร ใช้กำลังฝ่าแนวรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการปลุกเร้าผ่านเครื่องขยายเสียง โดยเฉพาะนายอุทัย ตลอดเวลา โดยใช้เวลาเพียง 5 นาทีแนวรับด้าน อส. จำนวน 100 นาย ที่อยู่บนคันดินหนองประจักษ์ก็แตกออก จากนั้นกลุ่มชมรมคนรักอุดรทั้งหมด ซึ่งถืออาวุธเป็น มีด ไม้ ด้ามธง ท่อนเหล็ก หนังสติ๊ก และขวาน ได้กรูกันเข้าไปพังประตูเข้าไปยังเวทีพันธมิตรอย่างบ้าคลั่ง เข้าไปทำร้ายกลุ่มพันธมิตร ทำให้บางคนศรีษะแตก นิ้วมือและแขนหัก ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย
การปะทะกันดังกล่าวทำให้กลุ่มพันธมิตร แตกกระเจิงหนีตายไปออกไปยังสะพานด้านหลังจวนผู้ว่าฯอุดรธานี ส่วนที่หนีไปไม่ได้เมื่อถูกตีล้มลง ก็ยังถูกรุมตีซ้ำด้วยไม้อย่างไม่ยั้งมือ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้เพียงยืนมองเท่านั้น และเมื่อมีการเรียกรถพยาบาลมารับผู้บาดเจ็บ โดยขณะนำคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉิน ปรากฏว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้บุกทุกรถพยาบาลจนกระจกแตก จากนั้นได้ตรงเข้ารื้อและเผาเวที เต้นท์ อุปกรณ์ทุกอย่าง รวมทั้งจอโปรเจคเตอร์ของพันธมิตรออกมาทำลายจนพอใจจึงสลายตัวกลับ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี มีผู้บาดเจ็บจากกลุ่มพันธมิตร 13 คน ถูกส่งตัวมารับการรักษา ประกอบด้วยนายแก้ว จันทิชู อายุ 59 ปี อพปร.หนองไฮ , นายชนะศักดิ์ ผ่องเทิดทิ่ง อายุ 54 ปี , นายจวง ขาเกตุศรี อายุ 46 ปี , นางธนัยนันต์ จรัสกีล้วน อายุ 30 ปี , นายสมพร รักดาดาษ อายุ 23 ปี , ด.ต.เฉลิมวุธ ประวิเศษ อายุ 61 ปี , น.ส.สุจิรา มีชั้นช่วง อายุ 43 ปี , นายรัตนชัย ทองสุก อายุ 22 ปี , นายรังษี ศุภชัยสาคร อายุ 61 ปี , นายพงษ์เทพ แก้วใส อายุ 25 ปี , นายโกวิท เรี่ยวแรงไกสร อายุ 63 ปี , นายพาเลิศ อินบัวสี อายุ 52 ปี , นายเสรี เป็นสุข อายุ 49 ปี
ด้านนายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วว่า มีการปะทะกันของทั้ง 2 กลุ่มแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต มีแค่บาดเจ็บสาหัส ซึ่งตนจะเรียกดูวิดีโอเทปของผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเก็บภาพ จึงจะสามารถสรุปได้ว่า กลุ่มใดเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จากนั้นจึงจะดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตามเว็บไซด์ผู้จัดการ ได้รายงานว่า เหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มพันธมิตรกับกลุ่มชมรมคนรักอุดร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย โดยถูกขวานจาม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับสิบคน
เผยต้องแกล้งตายถึงรอดชีวิต
และจากกระแสข่าวว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 1 รายนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวพบว่า เป็นการแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอดจากนาทีวิกฤติเท่านั้น
นางธันยนันท์ จรัลจิรวงศ์ อายุ 31 ปี การ์ดที่ถูกรุมตีคนแรกและแกล้งตาย กล่าวว่า ขณะที่เข้าร่วมเป็นการ์ดดูแลความปลอดภัยในเวทีพันธมิตร โดยได้ยืนเป็นแนวป้องกัน ซึ่งมีตำรวจยืนเป็นแนวหน้าห่างจากแนวการ์ดประมาณ 1 เมตร เมื่อตำรวจไม่สามารถห้ามกลุ่มชมรมคนรักอุดรเข้ามาทำลายได้ ทำให้แนวการ์ดของพันธมิตร ต้องตั้งแนวป้องกันจนเป็นเหตุให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น และตนเป็นคนแรกที่ถูกชายฉกรรจ์ เดินถอดเสื้อ ถือไม้ตรงดิ่งเข้ามาตีที่ศีรษะ แต่ถูกหมวกกันน็อก ตนได้ใช้ไม้เสาธงตีสวนกลับไป แต่ไม่สามารถต้านเอาไว้ได้ เพราะกลุ่มชมรมคนรักอุดรมีจำนวนมาก และเป็นวัยรุ่นที่มีอาการเมาสุรา ใช้อาวุธทำร้ายตนอย่างบ้าคลั่ง จนหมวกกันน็อกหลุดออกจากศีรษะ และถูกผลักจนล้มลงไปกองกับพื้น จากนั้นก็ถูกรุมตีทั้งไม้ และเท้า จนต้องแกล้งทำเป็นเสียชีวิต ต่อมาได้ยินเสียงคนที่รุมตีว่า “มันตายแล้วถอย” จากนั้นก็มีคนนำตัวมาส่งที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี
โดยหลังจากที่แพทย์ได้ปฐมพยาบาล และเย็บบาดแผลที่ศีรษะ ทั้ง 2 แผล เย็บแผลละ 5-6 เข็ม มีเลือดออกมาจนแพทย์ใช้ผ้าพันแผลอุดเลือดไว้ พร้อมกับให้ยาทาแผล และยาแก้ปวด จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้
“ขณะนี้เกิดการปะทะกันขึ้น ไม่คิดเลยว่านักการเมืองใน จ.อุดรธานี จะพามวลชนเข้ามาทำร้ายคนอุดรด้วยกันเอง ทั้งที่การชุมนุมของพันธมิตร ก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และเป็นการชุมนุมที่สันติ อหิงสา แต่กลุ่มที่มาก่อกวนซึ่งมีอาการเมาสุรา พกพาอาวุธ บุกเข้ามาทำลายเหมือนกับไม่ใช่คนไทยด้วยกัน แม้แต่ดิฉันที่เป็นผู้หญิง ก็ยังถูกรุมทำร้าย รุมตีทั้งที่ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้ว จนต้องแกล้งตายไม่เช่นนั้นคงจะตายจริงๆ ” นางธันยนันท์ กล่าว
ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฏหมายนั้น นางธันยนันท์ กล่าวว่าจะเข้าร่วมประชุมกับแกนนำพันธมิตรอุดรธานี เพื่อรวบรวมภาพถ่ายขณะเกิดเหตุ เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี และตนจำหน้าคนที่ทำร้ายร่างกายได้ หากมีภาพชัดเจน ก็จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
โวยตร.ยืนดูเฉย
นายเจริญ หมู่ขจรพันธุ์ แกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนประชาธิปไตยอุดรธานี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้หลบออกมาจากที่เกิดเหตุ เพื่อหลบไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งไม่สามารถบอกได้ แต่หลังจากนี้จะเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้จากการประเมินเหตุการณ์ดูแล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ปล่อยให้กลุ่มต่อต้านเข้ามาอย่างง่ายดาย เหมือนกับว่ากำลังตำรวจที่เข้ามารักษาความปลอดภัยเพื่อต้องการสร้างภาพเท่า นั้น ซึ่งในวันที่ 25 ก.ค.นี้จะรวบรวมหลักฐานและเดินหน้าเอาผิดกลุ่มที่ก่อเหตุต่อไป
“ในเบื้องต้นพวกเราไม่ไว้ใจในเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคงไม่ดำเนินการผ่านตำรวจ เพราะกลัวว่าเรื่องจะช้าไม่ทันการ จึงได้เตรียมการหาทนายฟ้องร้องเอาผิดเอง ขณะนี้เบื้องต้นทราบมามีพี่น้องพันธมิตรมีอาการบาดเจ็บสาหัสกว่า 10 คน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ทางเครือข่ายจะแจ้งแนวทางการเคลื่อนไหวอีกครั้ง”นายเจริญ กล่าว
ด้านแกนนำพันธมิตรอุดรธานี รายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อวันที่ 23 กรกฏาคมที่ผ่านมา ทางจังหวัดก็ได้เรียกประชุม อปพร.และตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ อุดรธานี และตัวแทนกลุ่มชมรมคนรักอุดร โดยทางจังหวัดก็ไม่ได้ห้ามการชุมนุม ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการพูดคุยกับบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงนักการเมือง ว่าการชุมนุมในครั้งนี้ ต่างคนต่างชุมนุม และจะมีการชุมนุมอย่างสันติ แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุสลดขึ้นในที่สุด”
เครือข่ายพันธมิตรอัดป่าเถื่อน
นายประกาศิต รูปสูง ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงในครั้งนี้ ตนมองว่าเป็นความป่าเถื่อน ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ไม่เคารพต่อระบอบประชาธิปไตย ที่กำหนดให้ประชาชนสามารถชุมนุมเรียกร้องโดยสันติได้ ซึ่งพฤติกรรมในครั้งนี้ ทางเครือข่ายขอประณามพฤติกรรมที่ขนมวลชนมาปะทะกันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับ บาดเจ็บ และเสียชีวิต รวมทั้งตำรวจ ที่ปล่อยให้มีเหตุการรุนแรงเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ดังนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน จะมีการประชุมร่วมกับแกนนำพันธมิตรอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
บุรีรัมย์เดือดกลุ่มต้านตีตร.โดนรวบ13คน
ขณะเดียวกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เกิดเหตุกลุ่มต่อต้านพันธมิตรหลายร้อยคน ถือป้ายประท้วงขับไล่ พร้อมขู่บังคับให้กลุ่มพิทักษ์เมืองบุรีรัมย์ และเครือข่ายพันธมิตร รื้อเวทีปราศรัยที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟภายในครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 500 นาย
จากนั้นกลุ่มผู้ต่อต้านพันธมิตร ได้ใช้ก้อนหิน และท่อนเหล็กบรรจุปูน ทุบตีทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้รับบาดเจ็บหลายนาย แล้วฝ่าแนวกั้นกรูเข้าไปทุบทำลายลำโพง และรื้อเวที ท่ามกลางสายตาประชาชนที่ยืนอยู่บริเวณชานชราสถานีรถไฟ ที่มารอฟังการปราศรัยร่วม 1,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงจะเกิดเหตุรุนแรงบานปลาย จึงตัดสินใจเข้าสลาย พร้อมจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ 13 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มผู้ที่มาเปิดเวทีปราศรัย ซึ่งมีนายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นแกนนำ ต่างพากันหลบหนีกระเจิง เพราะเกรงจะได้รับอันตราย
“สมัคร”ยัวะถูกพันธมิตรด่าหยาบ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งของการให้โอวาทกับนักกีฬาโอลิมปิก ที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน ว่าตนมาทำงานได้ประมาณ 6 เดือน มีโอกาสได้ต้อนรับนักกีฬาครั้งนี้ ก็หวังใจว่าจะอยู่จนถึงการต้อนรับกลับ
“ผมตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง แต่แหม ! เมื่อกลางวันฟังเขาด่าแสบไส้ พอประกันออกมาแล้วด่าน่ากลัวจริงๆ ด่าว่าผมคือไอ้สัตว์นรกที่อยู่ในทำเนียบฯ จะต้องเอาไอ้สัตว์นรกในทำเนียบออกจากทำเนียบฯให้ได้ ตอนนี้นับ 1 แล้ว โกรธมากเพราะตำรวจไปตั้งข้อหารุนแรงน่ากลัว ซึ่งผมดูแล้วก็ไม่ธรรมดา เพราะดูคนพูดแล้วน่ากลัวกว่า หน้าแดงเผือกเลย ผมกลัวเส้นโลหิตเขาจะแตก เค้นทุกอย่างเค้นอะไรที่จะด่าได้ ผมก็ฟังได้ก็เอามาเล่าให้ ก็อย่าวิตก ทางนี้ผมจะดูแลเองเรื่องความเรียบร้อยที่บรรดานักกีฬาไม่อยู่ผมจะดูแลให้ เรียบร้อย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
“ชลิต”แฉอีสานปลุกม็อบชนพันธมิตร
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงความแตกแยกของคนในชาติ ที่อาจจะทำให้เกิดแนวทางจะกลับไปเหมือนในอดีตว่า ก็คงจะเป็นอย่างนั้น
” ความแตกแยกตรงนี้มันยังมีอยู่ แม้กระทั่งวันนี้ได้ข่าวว่าจะมีการปลุกคนในแถวอีสานเหนือ อีสานใต้ จะมีการเกณฑ์คนออกมาต่อต้านก็มี ทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ อุดรธานี เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงของประชาชน โดยทั่วไปทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็นสนับสนุน หรือต่อต้านรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากเกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม คิดว่าทุกปัญหามีวิธีแก้ไข ” ผบ.ทอ.กล่าว
เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรกลุ่มผู้ชุมนุมสองกลุ่มหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า การเมืองเป็นการโต้แย้งและถกเพียงแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นผู้ดี เป็นผู้มีความรู้ และเป็นผู้มีคุณธรรม ต้องถกเถียงอย่างสร้างสรรค์แต่ไม่ใช่ใช้กำลัง เพราะฉะนั้นการใช้คำพูดควรต้องระมัดระวังเมื่อเรามีอารมณ์ก็ไปปล่อยออกมา เกินไป
เมื่อถามว่า ได้ฟังคำพูด ดาร์ตอปิโด หรือยัง พล.อ.อ.ชลิต หยุดนิ่งสักพักก่อนถามผู้สื่อข่าวว่า “น้องได้ฟังหรือยัง ก็มีความรู้สึกเหมือนกัน”
“สนธิ” ได้ประกันตัวแล้ว
นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตามหมายจับของศาลอาญาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม ท่ามกลางประชาชนที่รวมตัวมาชุมนุมให้กำลังใจนับหมื่นคน
เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ขบวนของพันธมิตรนำโดยนายสนธิ ได้เคลื่อนออกจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยนำรถหกล้อดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ นำขบวน โดยมีทีมงานโฆษกพันธมิตร อาทิ นายอมร อมรรัตนานนท์ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ นางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นางสาวอัญชลี ไพรีรัก ฯลฯ คอยประกาศทางเครื่องขยายเสียงเพื่อทำความเข้าใจต่อผู้ชุมนุมเกี่ยวกับขั้น ตอนการเคลื่อนขบวน โดยมีประชาชนมารออยู่แล้วกว่าหมื่นคนเต็มพื้นที่ถนนราชดำเนินนอก จากสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหนัก จนต้องปิดการจราจรบริเวณถนนศรีอยุธยา
ขณะเดียวกัน พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานที่ปรึกษากองทัพไทย ได้แต่งเครื่องแบบทหารมาร่วมชุมนุมด้วย โดยบอกว่ามาให้กำลังใจและมาเป็นพยานให้แก่นายสนธิ
ต่อมาเวลา 09.20 น. นายสนธิเข้าไปรายงานตัวในกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และพนักงานสอบสวน ร่วมกันสอบปากคำ ซึ่งนายสนธิให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมให้ทนายความส่วนตัวยื่นเรื่องขอประกันตัว โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ใช้หลักทรัพย์ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ขอประกันตัวออกไป
จากนั้นพนักงานสอบสวนนำนายสนธิไปพิมพ์ลายนิ้วมือและลงบันทึกประจำ วันไว้และปล่อยตัวชั่วคราวในที่สุด ท่ามกลางความปลาบปลื้มดีใจของกลุ่มพันธมิตรที่ต่างปรบมือโห่ร้องกันอย่างกึก ก้อง หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล
เมื่อเวลา 11.48 น. นายสนธิลงมาจากห้องสอบสวน และขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวประกาศชัยชนะครั้งนี้ และบอกว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด ขอให้ทุกคนกลับไปรวมตัวที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยตนจะขึ้นเวทีชี้แจงรายละเอียดที่นั่น
กระทั่งเวลา 13.00 น. นายสนธิขึ้นเวทีปราศรัยที่สะพานมัฆวานฯ อีกครั้ง ว่า วัตถุประสงค์ที่เขาต้องการกำจัดตน เพราะคิดว่าถ้าไม่มีตนแล้วขบวนการมันจบสิ้น ซึ่งถือว่าพวกเขาโง่เหลือเกิน ตนสู้มาตั้งแต่ปี 2548 และไม่ว่าจะปราศรัยบนเวทีไหนก็ยืนหยัดอยู่ 3 เรื่อง คือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
แฉถูกต่อรองให้ประกันแลกยุติชุมนุม
นายสนธิกล่าวว่า เมื่อคืนมีกระบวนการต่อรองเยอะมาก มีการต่อรองว่า ถ้าให้ประกันตัว ต้องให้ตนเลิกประท้วง บางคนหวังดีแต่ประสงค์ร้าย มาบอกว่า ยังไงก็ไม่ให้ประกันตัว ยังไงก็ติดคุก ให้รีบหนีไปเสีย มีการโยนกลองกันระหว่างผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับนครบาลให้รับผิด ชอบกันเองเรื่องการให้ประกันตัว ตนรำคาญจึงดึงไมโครโฟนมาถามว่า บอกมาตรงๆ ว่าจะให้ประกันหรือไม่ ถ้าให้ ก็รีบให้ ถ้าไม่ให้ก็ไม่ต้องให้ สำหรับตนแล้ว คุกตะรางเรื่องเล็ก ถ้าตนติดคุกแล้วมีการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองนี้ อย่าว่าแต่ติดคุกเลย ชีวิตก็ให้ได้ ถ้าตนติดคุก หรือตายแล้วขบวนการทำลายพระมหากษัตริย์ หรือขบวนการคอรัปชั่นออกไปจากประเทศไทย ตายอีก 10 ครั้งก็นับว่าคุ้ม
ตร.ชี้ให้ประกันเพราะคดีต่างจาก “ดา”
ด้าน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำนายสนธิว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายสนธิในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสร็จสิ้นแล้ว และได้มอบให้ พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รอง ผบช.น. ดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งการสอบสวนได้ดำเนินตามขั้นตอน และนายสนธิได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งค้ำประกัน
ผบช.น.กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาตำแหน่งของผู้ประกันและหลักฐานอื่นๆ ประกอบแล้ว เห็นว่าสามารถให้ประกันได้ เนื่องจากมีตำแหน่งที่น่าเชื่อถือ หากผิดสัญญาที่ยื่นประกันตัวไว้ ต้องชดใช้ 3 แสนบาท ซึ่งเมื่อครั้งที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ มามอบตัวที่ สน.นางเลิ้ง พนักงานสอบสวนก็พิจารณาดูแล้วเห็นว่าไม่น่าจะหลบหนีและมีที่อยู่เป็นหลัก แหล่งจึงให้ประกันตัว ทั้งสองกรณีให้ประกันตัวเพราะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีตำแหน่งค้ำประกันมั่นคง
“นายสนธิได้เข้ามอบตัวเพราะทราบข่าวจากสื่อว่าถูกออกหมายจับ ซึ่งได้ให้ทนายยื่นประกันตัวเองได้ จึงพิจารณาให้ประกันตัวได้ ส่วนกรณีของ น.ส.ดารณี เชิงชาญศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ไม่ยอมมอบตัว ตำรวจต้องตามไปจับกุมตามหมายจับ อีกทั้งสอบปากคำเสร็จก็ไม่ได้ยื่นประกันตัว ตำรวจจึงต้องนำตัวไปฝากขังและค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าน่าจะมีพฤติการณ์หลบหนี ที่ผ่านมาผมไม่เคยพูดว่าไม่ให้ประกันตัว เพียงแต่บอกว่าเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ไม่ได้ระบุว่า มาตรฐานเดียวกับใคร“ ผบช.น.กล่าว
อาจารย์จุฬาฯ ยื่นอุทธรณ์ประกันตัว”ดา”
วันเดียวกันนี้ ที่แผนกอุทธรณ์-ฎีกา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มายื่นคำร้องอุทธรณ์ขอประกันตัว น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสุธาชัยกล่าวว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์ขอประกันตัว ตนยังคงใช้ตำแหน่งข้าราชการระดับ 8 อัตราเงินเดือน 2.5 หมื่นบาท ซึ่งมูลค่าประกัน 10 เท่า เป็นเงิน 2.5 แสนบาท เป็นหลักทรัพย์ที่ใช้ยื่น โดยคำร้องอุทธรณ์ได้ยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่คิดหลบหนี อีกทั้งคดีหมิ่นเบื้องสูง ส่วนตัวคิดว่าเป็นคดีทางการเมืองและผู้ต้องหาถือเป็นเหยื่อทางการเมือง ซึ่งศาลไม่จำเป็นต้องกักขังเอาไว้ระหว่างพิจารณาคดี อย่างไรก็ดี หากศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตนก็พร้อมที่จะยื่นขอความเป็นธรรมต่อฎีกาต่อไป
เจ้าหน้าที่ศาลอาญาได้รับคำร้องอุทธรณ์ดังกล่าวไว้ และจะแจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้นายประกันทราบว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้อง หาหรือไม่ภายใน 7 วัน
เด็กเนวินชี้ให้ประกันสนธิทำลายก.ม.
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจอนุญาตให้ประกันตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่าความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายถูกทำลายลงหมดแล้ว และยังทำให้มองเห็นว่า บ้านเมืองนี้ไม่มีขื่อมีแป อีกทั้งกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำงานได้
“เรื่องนี้ทำให้วิตกกังวลว่าต่อไปหากใครถูกตำรวจจับกุม ก็เอาญาติพี่น้องพรรคพวกมาบีบให้ตำรวจปล่อยตัว ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเกิดลัทธิเอาอย่าง เลียนแบบกลุ่มพันธมิตรที่พยายามให้ประชาชน กระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟังกฎหมายอีกต่อไป” นายศุภชัยกล่าว
รองโฆษกพรรคพลังประชาชนกล่าวอีกว่า การปล่อยตัวครั้งนี้ มี ส.ว.ใช้ตำแหน่งไปค้ำประกันด้วย ชี้ให้เห็นว่า ส.ว.คนนี้ กำลังลากเอาสถาบันวุฒิสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ไปแปดเปื้อนกับคนกลุ่มที่ไม่เคารพกติกา กฎหมายและต่อต้านกระบวนการยุติธรรม เพียงเพราะคนที่ถูกกล่าวหาคนเดียว จึงอยากถามว่า ส.ว.คนนี้เคยคิดที่จะเอาตำแหน่งไปช่วยชาวบ้าน หรือคนยากจน ที่ถูกจับกุมเพราะไปลักทรัพย์บ้างหรือไม่ คิดว่าคงไม่มีอย่างแน่นอน ในกรณีนี้พอเข้าใจได้ว่า ส.ว.คนนี้กับนายสนธิก็แทบจะเสมือนคนคนเดียวกัน
พปช.ขู่ร้องศาลถอนประกัน”สนธิ”
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำกลุ่มมหาประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิได้รับการประกันตัวว่า สัปดาห์หน้า ตนและคณะทำงานด้านกฎหมายจะไปร้องต่อศาลอาญา เพื่อให้ถอนคำอนุญาตปล่อยตัวนายสนธิชั่วคราว และจะไปร้องเรื่องเดียวกันที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายด้วย
นายประชาบอกอีกว่า ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ประชาชนจำนวนมากจะมาร่วมชุมนุมและฟังการปราศรัยของกลุ่มตน ที่ท้องสนามหลวง ส่วนการชุมนุมร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) วันที่ 2 สิงหาคม เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมกว่าแสนคน
ที่มา : คมชัดลึก

ปชป.อัดนายกฯ-มท.1ให้ท้ายพวกทำร้ายปชช.ที่อุดรฯ « Thai News Log พูดว่า,
กรกฎาคม 29, 2008 ที่ 5:57 pm
[...] ม็อบอุดรเดือดปะทะพันธมิตรน้องรมช.เ… [...]